หน้าแรก ITA LPA แบบสอบถามความพึงพอใจ Facebook Admin webmail

อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตาบล

อบต. คืออะไร
- เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับต ำบล โดยปกติจะประกอบด้วยหลำยหมู่บ้ำนหลำยชุมชนในเขต
อบต.นั้น
- มีฐำนะเป็นนิติบุคคลและเป็นรำชกำรบริหำรส่วนท้องถิ่น
- มีชื่อและเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเองโดยเฉพำะ
ความหมายโดยรวมของ อบต.
“ องค์กำรบริหำรส่วนต ำบล ( อบต.)
คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับต ำบลที่อยู่ใกล้ชิดกับประชำชนมำกที่สุด มีพื้นที่เท่ำกับต ำบลแต่ละต ำบล
จัดตั้งมำจำกสภำต ำบลที่มีรำยได้ตำมเกณฑ์ที่ก ำหนดและมีจ ำนวนรำษฎรไม่น้อยกว่ำ 2,000 คน
โดยมีจุดมุ่งหมำยส ำคัญเพื่อดูแลทุกข์สุขและให้บริกำรประชำชนในหมู่บ้ำน ต ำบล เขต อบต. แทนรัฐบำลกลำง
มีฐำนะเป็นนิติบุคคล และเป็นรำชกำรท้องถิ่น มีอ ำนำจหน้ำที่ในกำรพัฒนำต ำบลทั้งในด้ำนเศรษฐกิจ
สังคมและวัฒนธรรม และหน้ำที่อื่นๆ ตำมที่กฎหมำยก ำหนด รวมทั้งมีงบประมำณ และพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ของ อบต.
เอง”
อบต.เกิดข้ึนได้อย่างไร
1) อบต.เกิดขึ้นตำมประกำศกระทรวงมหำดไทย โดยมีเกณฑ์พิจำรณำดังนี้
1.1) เป็นสภำต ำบลที่มีรำยได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมำณที่ล่วงมำ ติดต่อกัน 3 ปี
เฉลี่ยไม่ต ่ำกว่ำปีละ 150,000 บำท และ
1.2) กฎหมำยก ำหนดให้สภำต ำบลและ อบต. ที่มีประชำกรไม่ถึง 2,000 คน ต้องยุบรวมพื้นที่เข้ำกับ อบต.
อื่นหรือหน่วยกำรบริหำรรำชกำรส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีเขตติดต่อกันกันภำยในเขตอ ำเภอเดียวกัน
นอกจำกสภำต ำบลที่มีสภำพพื้นที่เป็นเกำะหรืออยู่ห่ำงไกลไม่สำมำรถติดต่อกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สะดวก
ดังนั้น สภำต ำบลที่มีประชำกรไม่ถึง 2,000 คน ก็จะไม่ได้รับกำรพิจำรณำจัดตั้งเป็น อบต.
2) ได้มีกำรประกำศจัดตั้ง อบต. แล้วหลำยแห่ง และได้มีประกำศยุบรวม อบต. กับเทศบำล และ อบต.
ดว้ ยกนั หลำยแห่ง : ปจั จบุ นั มี อบต. จ ำนวน 6,636 แห่ง (
ข้อมูลได้มำจำกวำรสำรของมูลนิธิส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น)
 
การดแูลการทางานของ อบต. การกากบั ดแู ลการปฏิบตั ิหน้าทีข่ อง อบต.อย่างไร
(1) นำยอ ำเภอมีอ ำนำจก ำกับดูแลกำรปฏิบัติหน้ำที่ของ อบต.
ให้เป็นไปตำมกฎหมำยและระเบียบข้อบังคับของทำงรำชกำร
(2) กำรปฏิบัติกำรตำมอ ำนำจหน้ำที่ของนำยอ ำเภอตำมข้อ (1) ให้นำยอ ำเภอมีอ ำนำจเรียกสมำชิก สภำ อบต.
นำยก อบต. รองนำยก อบต. เลขำนุกำรนำยก อบต. พนักงำนส่วนต ำบล ลูกจ้ำงของ อบต. มำชี้แจ้งหรือสอบสวน
ตลอดจนเรียกรำยงำนและเอกสำรใด จำก อบต. มำตรวจสอบได้
(3) เมื่อนำยอ ำเภอเห็นว่ำ นำยก อบต. ผู้ใดปฏิบัติกำรในทำงที่อำจเป็นกำรเสียหำยแก่ อบต.
หรือเสียหำยแก่รำชกำรและนำยอ ำเภอได้ชี้แจ้งแนะน ำตักเตือนแล้วไม่ปฏิบัติตำม
ในกรณีฉุกเฉินหรือจ ำเป็นเร่งด่วนที่จะรอช้ำไม่ได้ ให้นำยอ ำเภอมีอ ำนำจออกค ำสั่งระงับกำรปฏิบัติรำชกำรของนำยก
อบต. ไว้ตำมที่เห็นสมควรได้ แล้วรีบรำยงำนผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดทรำบภำยใน 15 วัน
เพื่อผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดวินิจฉัยสั่งกำรตำมที่เห็นสมควรโดยเร็ว
(4) กำรกระทำของนำยก อบต. ทฝ่ี ำ่ ฝืนคำสงั่ นำยอำเภอ หรอื ผวู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั แลว้ แต่กรณตี ำม
(5) ไม่มีผลผูกผันธ์กับ อบต.
(6) หำกปรำกฏว่ำ นำยก อบต. รองนำยก อบต. ประธำนสภำ อบต. หรือรองประธำนสภำ อบต.
กระทำกำรฝำ่ ฝืนต่อควำมสงบเรยี บรอ้ ยหรอื สวสั ดภิ ำพของประชำชนหรอื ละเลยไมป่ ฏบิ ตั ติ ำมหรอื ปฏบิ ตั กิ ำรไม่ชอบด้
วยอ ำนำจหน้ำที่ ให้นำยอ ำเภอสอบสวนโดยเร็ว: ในกรณีที่ผลกำรสอบสวน ปรำกฏว่ำมีพฤติกำรณ์ดังกล่ำวจริง
ให้นำยอ ำเภอเสนอผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดสั่งให้บุคคลดังกล่ำวพ้นจำกต ำแหน่ง
ทั้งนี้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดอำจด ำเนินกำรสอบสวนเพิ่มเติมด้วยก็ได้ ค ำสั่งผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดให้เป็นที่สุด
การปฏิบตั ิงานตามอานาจหน้าทีข่ อง อบต.
ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชำชน โดยใช้วิธีกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองที่ดี
และให้ค ำนึงถึงกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรจัดท ำแผนพัฒนำอบต. กำรจัดท ำงบประมำณ กำรจัดซื้อจัดจ้ำง
กำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำน และกำรเปิดเผยข้อมูลข่ำวสำร ทั้งนี้ให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ
ข้อบังคับว่ำด้วยกำรนั้น และหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่กระทรวงมหำดไทยก ำหนด

ความหมาย/ หน้าที่ของนายกฯ
นายก อบต. คือใคร มีที่มาอย่างไร มีหน้าที่อะไร และมีใครเป็ นผชู้ ่วยเหลือในการบริหารราชการบ้าง
นำยก อบต. คือหัวหน้ำผู้บริหำร อบต. เป็นควบคุมและรับผิดชอบกำรบริหำรรำชกำรของ อบต.
ตำมกฎหมำยและเป็นผู้บังคับบัญชำของพนักงำนส่วนต ำบลและลูกจ้ำงของ อบต.

การเลือกตงั้ และการดารงตาแหน่งของนายก อบต.
อบต. มีนำยก อบต. 1 คน
ซึ่งมำจำกกำรเลือกตั้งโดยตรงของประชำชนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำรท้องถิ่น
: ดำรงต ำแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้งและมีวำระอยู่ในต ำแหน่งครำวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
แต่จะด ำรงต ำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วำระไม่ได้
ผู้ช่วยเหลือในกำรบริหำรรำชกำรของ นำยก อบต. ดังนี้
(1) รองนำยก อบต. : นำยก อบต. สำมำรถแต่งตั้งรองนำยก อบต. ซึ่งมิใช่สมำชิกสภำ อบต. ได้ไม่เกิน 2 คน
(2) เลขำนุกำรนำยก อบต. : นำยก อบต. สำมำรถแต่งตั้ง เลขำนุกำรนำยก อบต. จำกผู้ที่มิได้เป็นสมำชิกสภำ
อบต. หรือเจ้ำหน้ำที่ของรัฐได้ 1 คน

อำนาจหน้าที่ของ นายก อบต.
1. ก่อนเข้ำรับหน้ำที่ นำยก ต้องแถลงนโยบำยต่อสภำ อบต. โดยไม่มีกำรลงมติ
หำกไม่สำมำรถด ำเนินกำรได้ให้ท ำเป็นหนังสือแจ้งต่อสมำชิกสภำ อบต. ทุกคน
และจัดท ำรำยงำนแสดงผลกำรปฏิบัติงำนตำมนโยบำยที่ได้แถลงไว้ต่อสภำ อบต. เป็นประจ ำทุกปี
2. มีอ ำนำจหน้ำที่ตำมมำตรำ 59 ดังนี้
(1) ก ำหนดนโยบำยโดยไม่ขัดต่อกฎหมำย และรับผิดชอบในกำรบริหำรรำชกำรของ อบต.
ให้เป็นไปตำมกฎหมำย นโยบำย แผนพัฒนำ อบต. ข้อบัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับทำงรำชกำร
(2) สั่ง อนุญำต และอนุมัติเกี่ยวกับรำชกำรของ อบต.
(3) แต่งตั้งและถอดถอนรองนำยก อบต. และเลขำนุกำรนำยก อบต. วำงระเบียบเพื่อให้งำนของ อบต.
เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อย
รักษำกำรให้เป็นไปตำมข้อบัญญัติ อบต.
(4) ปฏิบัติหน้ำที่อื่นตำมที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้ และกฎหมำยอื่น
3. ควบคุมและรับผิดชอบในกำรบริหำรรำชกำรของ อบต. ตำมกฎหมำย
และเป็นผู้บังคับบัญชำพนักงำนส่วนต ำบล ลูกจ้ำงและพนักงำนจ้ำงของ อบต.
4. นำยก อบต. รองนำยก อบต. หรือผู้ซึ่งนำยก อบต. มอบหมำยมีสิทธิเข้ำประชุมสภำ อบต.
และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงตลอดจนแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับงำนในหน้ำที่ของตนต่อที่ประชุมแต่มี่สิทธิออกเสียงลงคะแ
นน
5. กรณีไม่มีผู้ด ำรงต ำแหน่งประธำนและรองประธำน อบต. หรือ สภำ อบต.
ถูกยุบเพรำะว่ำไม่สำมำรถจัดให้มีกำรประชุมสภำ อบต. ครั้งแรกภำยใน 15 วัน
นับแต่วันประกำศผลกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำ อบต. หรือมีกำรประชุมแต่ไม่สำมำรถเลือกประธำนสภำ อบต.ได้
หำกกรณีส ำคัญและจ ำเป็นเร่งด่วนซึ่งปล่อยให้เนิ่นช้ไปจะกระทบต่อประโยชน์ส ำคัญของรำชกำรหรือรำษฎร นำยก
อบต. จะด ำเนินกำรไปพลำงก่อนเท่ำที่จ ำเป็นก็ได้ แต่เมื่อได้เลือกประสภำ อบต. แล้วให้เลือกประธำนสภำ อบต.
เพื่อให้นำยก อบต. แถลงนโยบำยโดยไม่มีกำรลงมติภำนใน 15 วัน นับแต่วันที่มีกำรเลือกตั้งประธำนสภำ อบต.
6. กรณีนำยกปฏิบัติกำรที่อำจเสียหำยแก่ อบต. หรือเสียหำยแก่รำชกำร
และนำยอ ำเภอได้ชี้แจ้งแนะน ำแล้วไม่ปฏิบัติตำม ในกรณีฉุกเฉินหรือจ ำเป็นเร่งด่วนที่จะรอช้ำไม่ได้
นำยอ ำเภอมีอ ำนำจออกค ำสั่งระงับกำรปฏิบัติรำชกำรของนำยก อบต. ไว้ตำมที่เห็นสมควรได้
แล้วรีบรำยงำนผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดภำยใน 15 วัน เพื่อวินิจฉัยตำมที่เห็นสมควรโดยเร็ว: กำรกระท ำของนำยก
อบต.ทฝ่ี ำ่ ฝืนคำสงั่ นำยอำเภอหรอื ผวู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั ดงั กล่ำว ไมม่ ผลผูกพันกับ อบต. ี
7. เป็นผู้เสนอร่ำงข้อบัญญัติ อบต. ร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปี
และร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยเพิ่มเติม
8. เป็นเจ้ำพนักงำนตำมประมวลกฎหมำยอำญำในกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมพระรำชบัญญัติ อบต.
อ านาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตาบล
อ านาจหน้าที่ของ อบต.
อบต. มีหน้ำที่ตำมพระรำชบัญญัติสภำต ำบล และองค์กำรบริหำรส่วน ต ำบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542) พัฒนำต ำบลทั้งในด้ำนเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มำตรำ 66) มีหน้ำที่ต้องท ำตำมมำตรำ
67 ดังนี้
1.จัดให้มีและบ ำรุงทำงน ้ำและทำงบก
2.กำรรักษำควำมสะอำดของถนน ทำงน ้ำ ทำงเดินและที่สำธำรณะ รวมทั้งกำรก ำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
3.ป้องกนั โรคและระงบั โรคตดิ ต่อ
4.ป้องกนั และบรรเทำสำธำรณภยั
5.ส่งเสริมกำรศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
6.ส่งเสริมกำรพัฒนำสตรี เด็กและเยำวชน ผู้สูงอำยุและพิกำร
7.คุ้มครอง ดูแลและบ ำรุงรักษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
8.บำรงุ รกั ษำศลิ ปะ จำรตี ประเพณี ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ และวฒั นธรรมอนั ดขี องทอ้ งถนิ่
9.ปฏิบัติหน้ำที่อื่นตำมที่ทำงรำชกำรมอบหมำย
มีหน้าที่ที่อาจทากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดงั นี้
10.ให้มีน ้ำเพื่อกำรอุปโภค บริโภคและกำรเกษตร
11.ใหม้ แี ละบำรงุ ไฟฟ้ำหรอื แสงสว่ำงโดยวธิ อี ่นื
12.ให้มีและบ ำรุงรักษำทำงระบำยน ้ำ
13.ให้มีและบ ำรุงสถำนที่ประชุม กำรกีฬำ กำรพักผ่อนหย่อนใจและสวนสำธำรณะ
14.ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจกำรสหกรณ์
15.ส่งเสริมให้มีอุตสำหกรรมในครอบครัว
16.บ ำรุงและส่งเสริมกำรประกอบอำชีพ
17.กำรคุ้มครองดูแลและรักษำทรัพย์สินอันเป็นสำธำรณสมบัติของแผ่นดิน
18.หำผลประโยชน์จำกทรัพย์สินของ อบต.
19.ให้มีตลำด ท่ำเทียบเรือ และท่ำข้ำม
20.กิจกำรเกี่ยวกับกำรพำณิชย์
21.กำรท่องเที่ยว
22.กำรผังเมือง
อ ำ น ำ จ ห น้ ำ ที่ ข อ ง อ ง ค์ ก ำ ร บ ริ ห ำ ร ส่ ว น ต ำ บ ล ต ำ ม ที่ ไ ด้ ก ล่ ำ ว ม ำ ข้ ำ ง ต้ น นั้ น
ไม่เป็นกำรตัดอ ำนำจหน้ำที่ของกระทรวง ทบวง กรม หรือองค์กำรหรือหน่วยงำนของรัฐ ในอันที่จะด ำเนินกิจกำรใด ๆ
เพื่อประโยชน์ของประชำชนในต ำบล แต่ต้องแจ้งให้องค์กำรบริหำรส่วนต ำบลทรำบล่วงหน้ำตำมสมควร
ในกรณีนี้หำกองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลมีควำมเห็นเกี่ยวกับกำรด ำเนินกิจกำรดังกล่ำว ให้กระทรวง ทบวง กรม
ห รื อ อ ง ค์ ก ำ ร ห รื อ ห น่ ว ย ง ำ น ข อ ง รั ฐ
น ำควำมเห็นขององค์กำรบริหำรส่วนต ำบลไปประกอบกำรพิจำรณำด ำเนินกิจกำรนั้นด้วย
เพื่อประโยชน์ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมพระรำชบัญญัตินี้ให้องค์กำรบริหำรส่วนต ำบลมีสิทธิได้รับทรำบข้อมูลแ
ล ะข่ ำ ว ส ำ ร จ ำ ก ท ำ ง รำ ช ก ำ ร ใน เรื่ อ ง ที่ เกี่ ย ว กั บ ก ำ ร ด ำ เนิ น กิ จ ก ำ ร ข อ ง ท ำ ง รำ ช ก ำ ร ใน ต ำ บ ล
เว้นแต่ข้อมูลหรือข่ำวสำรที่ทำงรำชกำรถือว่ำเป็นควำมลับเกี่ยวกับกำรรักษำควำมมั่นคงแห่งชำติ
อ ง ค์ ก ำ ร บ ริ ห ำ ร ส่ ว น ต ำ บ ล อ ำ จ อ อ ก ข้ อ บั ญ ญั ติ อ ง ค์ ก ำ ร บ ริ ห ำ ร ส่ ว น ต ำ บ ล
เพื่อใช้บังคับในเขตองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลได้เท่ำที่ไม่ขัดต่อกฎหมำยหรืออ ำนำจหน้ำที่ขององค์กำรบริหำรส่วนต ำบ
ล ใน ก ำ ร น้ี จ ะ ก ำ ห น ด ค่ ำ ธ ร ร ม เนี ย ม ท่ี จ ะ เรีย ก เก็ บ แ ล ะ ก ำ ห น ด โ ท ษ ป รับ ผู้ ฝ่ ำ ฝื น ด้ ว ย ก็ ไ ด้
แต่มิให้ก ำหนดโทษปรับเกินหนึ่งพันบำท เว้นแต่จะมีกฎหมำยบัญญัติไว้เป็นอย่ำงอื่น
ในส่วนของกำรบริหำรงำนนั้น องค์กำรบริหำรส่วนต ำบลมีกำรจัดแบ่งกำรบริหำรงำนออกเป็ น
ส ำนั ก งำน ป ลัด อ งค์ก ำรบ ริห ำรส่ วน ต ำบ ล แ ละส่ วน ต่ ำง ๆ ที่ องค์ก ำรบ ริห ำรส่ วน ต ำบ ล ได้ตั้งขึ้น
โดยมีพนักงำนส่วนต ำบลเป็นเจ้ำหน้ำที่ปฏิบัติงำน และองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลสำมำรถขอให้ข้ำรำชกำร พนักงำน
หรือลูกจ้ำงของหน่วยรำชกำร หน่วยงำนของรัฐ รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยกำรบริหำรรำชกำรส่วนท้องถิ่น
ไปด ำรงต ำแหน่ งหรือปฏิบัติงำนขององค์กำรบริหำรส่วนต ำบลชั่วครำวได้โดยไม่ขำดจำกต้นสังกัดเดิม
โ ด ย ใ ห้ ผู้ ว่ ำ ร ำ ช ก ำ ร จั ง ห วั ด เ ป็ น ผู้ มี อ ำ น ำ จ อ นุ ญ ำ ต ไ ด้ ต ำ ม ค ว ำ ม จ ำ เ ป็ น
แ ล ะ ใ น ก ร ณี ที่ เ ป็ น ข้ ำ ร ำ ช ก ำ ร ซึ่ ง ไ ม่ อ ยู่ ใ น อ ำ น ำ จ ข อ ง ผู้ ว่ ำ ร ำ ช ก ำ ร จั ง ห วั ด
ให้กระทรวงมหำดไทยท ำควำมตกลงกับหน่วยงำนต้นสังกัดก่อนแต่งตั้ง
นอกจำกนั้นองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลอำจท ำกิจกำรนอกเขตองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลหรือร่วมกับสภำต ำบล
องค์กำรบริหำรส่วนต ำบล องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด หรือหน่ วยกำรบริหำรรำชกำรส่วนท้องถิ่นอื่น
เพื่ อกระท ำกิจกำรร่วมกันได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับควำมยินยอมจำกสภำต ำบลองค์กำรบริหำรส่วนต ำบล
อ ง ค์ ก ำ ร บ ริ ห ำ ร ส่ ว น จั ง ห วั ด ห รื อ ห น่ ว ย ก ำ ร บ ริ ห ำ ร ร ำ ช ก ำ ร ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
และกิจกำรนั้นเป็นกิจกำรที่จ ำเป็นต้องท ำและเป็นกำรเกี่ยวเนื่องกับกิจกำรที่อยู่ในอ ำนำจหน้ำที่ของตน
อ านาจหน้าที่ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอ านาจ
พระรำชบัญญัติก ำหนดแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอ ำนำจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542
ก ำ ห น ด ใ ห้ อ บ ต . มี อ ำ น ำ จ แ ล ะ ห น้ ำ ที่ ใ น ก ำ ร จั ด ร ะ บ บ ก ำ ร บ ริ ก ำ ร ส ำ ธ ำ ร ณ ะ
เพื่อประโยชน์ของประชำชนในท้องถิ่นของตนเองตำมมำตรำ 16 ดังนี้
1. กำรจัดท ำแผนพัฒนำท้องถิ่นของตนเอง
2. กำรจัดให้มี และบ ำรุงรักษำทำงบกทำงน ้ำ และทำงระบำยน ้ำ
3. กำรจัดให้มีและควบคุมตลำด ท่ำเทียบเรือ ท่ำข้ำม และที่จอดรถ
4. กำรสำธำรณูปโภค และกำรก่อสร้ำงอื่นๆ
5. กำรสำธำรณูปกำร
6. กำรส่งเสริม กำรฝึก และกำรประกอบอำชีพ
7. คุ้มครอง ดูแล และบ ำรุงรักษำทรัพยำกรธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อม
8. กำรส่งเสริมกำรท่องเที่ยว
9. กำรจัดกำรศึกษำ
10. กำรสังคมสงเครำะห์ และกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตเด็ก สตรี คนชรำ และผู้ด้อยโอกำส
11. กำรบำรงุ รกั ษำศลิ ปะ จำรตี ประเพณี ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ และวฒั นธรรมอนั ดขี องท้องถิ่น
12. กำรปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และกำรจัดกำรเกี่ยวกับที่อยู่อำศัย
13. กำรจัดให้มี และบ ำรุงรักษำสถำนที่พักผ่อนหย่อนใจ
14. กำรส่งเสริมกีฬำ
15. กำรส่งเสริมประชำธิปไตย ควำมเสมอภำค และสิทธิเสรีภำพของประชำชน
16. ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของรำษฎรในกำรพัฒนำท้องถิ่น
17. กำรรักษำควำมสะอำด และควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้ำนเมือง
18. กำรก ำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน ้ำเสีย
19. กำรสำธำรณสุข กำรอนำมัยครอบครัว และกำรรักษำพยำบำล
20. กำรจัดให้มี และควบคุมสุสำน และฌำปนสถำน
21. กำรควบคุมกำรเลี้ยงสัตว์
22. กำรจัดให้มี และควบคุมกำรฆ่ำสัตว์
23. กำรรักษำควำมปลอดภัย ควำมเป็นระเบียบเรียบร้อย และกำรอนำมัย โรงมหรสพ และสำธำรณสถำนอื่นๆ
24. กำรจดั กำร กำรบำรงุ รกั ษำ และกำรใชป้ ระโยชน์จำกปำ่ ไม้ ทด่ี นิ ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
25. กำรผังเมือง
26. กำรขนส่ง และกำรวิศวกรรมจรำจร
27. กำรดูแลรักษำที่สำธำรณะ
28. กำรควบคุมอำคำร
29. กำรป้องกนั และบรรเทำสำธำรณภยั
30. กำรรกั ษำควำมสงบเรียบร้อย กำรส่งเสริมและสนับสนุนกำรป้องกันและรกั ษำควำมปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สิน
31. กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชำชนในท้องถิ่นตำมที่คณะกรรมกำรประกำศก ำหนด